กฎกติกาของรูเล็ตต์

กฎกติกาของรูเล็ตต์ ในศตวรรษนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก รูเล็ต  เกมพนันยอดฮิตของเหล่าเสี่ยงโชคที่ทุกคาสิโนต้องมี   หลาย ๆคนก็อาจจะเคยเล่นกันมาบ้างแล้วนะครับ  แต่ผมเองก็เชื่อว่า ยังมีกลุ่มคนอีกมากมายที่สนใจ และอาจยังจะเล่นไม่เป็น ครั้งนี้เราจึงอยากอธิบายถึงกฎกติกาของรูเล็ตให้ดูกัน เป็นต้นว่า  รูเล็ต มีอะไรให้แทงบ้าง และแต่ละแบบจ่ายเท่าไหร่  ซึ่งก็เป็นพื้นฐานที่ผู้เล่นรูเล็ตควรจะต้องรู้ !

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อได้เลย คู่มือ สอนเล่นรูเล็ตต์

กฎกติกาของรูเล็ตต์

 ตัวเลือกเดิมพันและอัตราการจ่ายรูเล็ต

– เต็งตัวเลข  ( Straight  up )   เป็นการวางเดิมพันตรงๆไปที่ช่องของหมายเลขต่าง ๆ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 37 ตำแหน่ง คือ 0 – 36  ผู้เล่น สามารถวางเดิมพันกี่ตัวก็ได้ไม่จำกัด  และสามารถวางด้วยเงินจำนวนเท่าไหร่ก็ได้เช่นกัน  โดยอัตราการจ่ายนั้นอยู่ที่  36  เท่าของเงินที่ได้วางเดิมพันทั้งหมด   

– เต็งคู่ / คี่  (odd/ even)  คือการเดิมพันในเฉพาะช่องของเลขคู่และเลขคี่   สำหรับอัตราการจ่ายนั้นจะจ่ายเป็นเท่าเดียวของยอดวางเดิมพันทั้งหมดครับ คือ แทง 1 ได้ 1 นั่นเอง

 – เต็ง สูง / ต่ำ ( Big / Small )   คือการวางเดิมพันที่ช่วงของตัวเลขว่าจะออกมาเป็นจำนวนสูงหรือต่ำครับ โดยเลขต่ำที่อยู่ระหว่าง  1 –  18    สำหรับชุดเลขสูงอยู่ระหว่างเลข 19 – 36  และในอัตราการจ่ายจะจ่ายเป็น  แทง  1  ได้ 1 ครับ

 – เต็งสีแดง / ดำ ( Red / Black )   เป็นการเดิมพันเลือกว่า รูเล็ตจะตกอยู่ที่ช่องสีอะไร  โดยทั้งสองสีแบ่งออกเป็นสีละ 18 ช่อง หากคุณแทงถูก จะได้รับเงินเป็น 2 เท่า ของยอดเงินเดิมพันทั้งหมดครับ

 – เต็งแถวแนวนอน  ( Dozen )     ผู้เล่นสามารถเลือกแทงทั้งแถวที่เป็นแนวนอนได้ครับ โดยรูเล็ตแบ่งออกเป็น 3 แถว  ซึ่งในหนึ่งแถวจะมีชุดตัวเลขทั้งหมด  12 เลข  ในกรณีนี้หากเดิมพันถูกตำแหน่งถูกแถว จะได้รับเงินเป็น 2 เท่าจากยอดวางเดิมพันทั้งหมด

– เต็งคอลัมม์  ( Column )    เป็นการเลือกเดิมพันรูปแบบของโซนตัวเลข ในลักษณะที่เป็นคอลัมม์แนวตั้ง  โดยแบ่งออกเป็น 3 โซน  โซนแรกมีเลข  1 – 12  โซนที่สอง 13 – 24  และโซนสุดท้ายมีเลข 25 – 36  สำหรับอัตราการจ่ายจะอยู่ที่  2 เท่าของยอดเงินเดิมพันทั้งหมด

กฎกติการูเล็ตต์

 – แทงค่อมเลข  2 ตัว  ( Split)   เป็นการวางเดิมพันที่สองหมายเลขที่ติดกันทั้งแนวตั้งและแนวนอนในลักษณะการวางค่อม คล้ายกับการแทงโต๊ด  เช่น  13/14    28/29   35/36  เป็นต้น  โดยอัตราการจ่ายนั้น  18 เท่าต่อยอดวางเดิมพันทั้งหมด

 – แทงค่อมเลข 3 ตัว  ( Street )   เป็นการวางเดิมพันแบบเรียงเลข  3 ตัวติดกันในลักษณะแนวตั้ง การวางเดิมพันนั้น จะวางเงินบนขอบเส้นที่ช่องเลขตัวแรก  เช่น  คุณจะแทงเลข  123  ก็ให้วางที่ขอบเส้นหมายเลข 1  หรือถ้าจะแทง   456  ก็ให้วางที่ขอบเส้นของเลข 4     สำหรับอัตราการจ่ายอยู่ที่  12 เท่าของยอดเงินวางเดิมพันทั้งหมดครับ

– แทงค่อมเลข 4 ตัว  ( Corner )  เป็นการเดิมพันที่ช่องหมายเลขแบบ 4 ตัวติด  ในลักษณะที่เป็นบล็อกสี่เหลี่ยม  เช่น 1/2/ 4/ 5   , 7/ 8/ 10/ 11  , 25 /26 /28 /29  เป็นต้น  โดยการวางเดิมพันนั้นต้องวางที่จุดตัดตรงกลางระหว่างเลขทั้ง 4 ชุดนั้นครับ  สำหรับอัตราการจ่ายจะจ่ายเป็น  8 เท่าต่อยอดเงินเดิมพันทั้งหมด

 – แทงค่อมเลข 6 ตัว  ( Line )   เป็นการวางเดิมพันในลักษณะเส้นตรงที่จะค่อมยาวทั้ง 6 หมายเลย การวางเดิมพันรูปแบบนี้ ผู้เล่นต้องวางเงินลงตรงขอบเส้นที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองแถวนั้น  เช่น หากจะเดิมพันแบบไลน์ชุดหมายเลข 1 2 3 4 5 6  ก็ต้องวางเงินที่เส้นระหว่าง 1 กับ 4 นั่นเองครับ  โดยอัตราการจ่ายนั้นอยู่ที่ 5 เท่า ของยอดเงินเดิมพันทั้งหมดครับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อได้เลย แจกสูตรเด็ดรูเล็ต เคล็ดลับแทงรูเล็ตให้ได้เงิน

ถึงตรงนี้เพื่อนๆ นักเสี่ยงโชคน่าจะเข้าใจถึงรูปแบบของการเดิมพันรูเล็ตกันบ้างแล้วนะครับ  หากยังไม่เข้าใจดี ก็อยากแนะนำว่าให้อ่านอีกสักทีครับ  เพราะนี่ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถสร้างรายเงินให้เป็นกอบกำได้  เนื่องจากตัวเลือกเดิมพันที่มีหลากหลายจึงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะและช่วยให้ง่ายต่อการคาดเดานั่นเองครับ

Author

Write A Comment